สองวันก่อน (16/2/52) ผมไม่ค่อยสบายเลยไปหาหมอที่รพ.บำรุงราษฎร์ ขากลับแวะเซ็นทรัล บางนาเพื่อซื้อข้าวกลางวันกลับเข้าไปกินที่โรงงาน
ขณะที่เดินๆอยู่ก็มีผู้หญิงคนนึง อายุประมาณ 20 เข้ามาถาม
บทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น ประมาณนี้….
สาวน้อยนิรนาม : พี่ ๆ โทษนะคะ พี่พอจะรู้มั้ยว่า สุวิทนทวงศ์ หนองจอก ไปยังไง ถ้านั่งรถเมล์ นั่งสายอะไร
ผม: …(นึกอยู่สักพัก)…แถวนั้นผมไม่รู้เลยครับ
สาวน้อยนิรนาม: พี่..โอย..พูดแล้วหนูก็อาย จะว่ายังไงดี…หนูเพิ่งแยกกับแฟนแล้วหนูลืมกระเป๋าตังค์ไว้ในรถเค้า ตอนนี้หนูไม่มีเงินติดตัวเลย…โทรหาเค้าก็โทรไม่ติด
หนูเรียนอยู่มหานครปี 2 หนูมีสอบตอนบ่ายสามด้วย..โอย อายมากเลยนะนี่…
ผม: ….(นิ่งฟัง พลางพิจารณาความเป็นไปได้)
สาวน้อยนิรนาม: หนูขอยืมเงินพี่ก่อนได้มั้ย ขอ 175 บาท แล้วหนูขอเบอร์พี่ไว้…โอย อายจังเลย (พูดพร้อมท่าทีกระดากอายประกอบ)
ผม: … อืม ..แล้วกระเป๋าตังค์..(จะขอดูบัตรนักศึกษา)..อ้อ ลืมไว้ที่รถ
สาวน้อยนิรนาม: ..พรุ่งนี้พี่จะมาเซ็นทรัลอีกมั้ย..เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูต้องมาอีก จะเอาเงินมาคืนให้พร้อมดอกเบี้ย
ผม: (กำลังนึกหาทางพิสูจน์ความจริงอยู่)
ณ เวลานั้น ผมนึกหาทางพิสูจน์ไม่ได้ แต่คิดว่า เงิน 200 บาท ไม่มากมายอะไร ถ้าโอกาสที่จะเป็นจริง/เท็จ เป็น 50-50
กรณีที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งหมด คือ
ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง ผมช่วยเค้า => OK
ถ้าเป็นเท็จ ผมไม่ช่วยเค้า => OK
แต่….
ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง แล้ว ผมไม่ช่วยเค้า ผลคือ ผมคงรู้สึกไม่ดี
ถ้าเรื่องนี้เป็นเท็จ แล้ว ผมช่วยเค้า ผลคือ ผมโดนต้ม เสียเงิน 200 บาทฟรี
สุดท้ายผมเลือกเลี่ยงความรู้สึกไม่ดีที่อาจจะเกิดขึ้น แม้อาจจะโดนต้ม
บทสนทนาดำเนินต่อไป…
ผม: ครับ..ได้ๆ…(หยิบเงินส่งให้)
สาวน้อยนิรนาม: เดี๋ยวหนูโทรเข้าเบอร์พี่นะ..
ผมบอกเบอร์ไป เธอก็กดตาม
สาวน้อยนิรนาม: พอดีเงินในโทรศัพท์หนูหมด เดี๋ยวพี่โทรเข้าเบอร์หนูละกัน 08xxxxxxxx
ผม: (กดตาม)
สาวน้อยนิรนาม: โอเคค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูโอนเงินให้นะคะ พร้อมดอกเบี้ย…ขอบคุณมากนะคะ
ผม: ครับๆ…
บทสนทนาจบลงแค่นี้ แล้วเธอก็รีบร้อนจากไป
เมื่อวานนี้ ผมโทรหาเธอหนึ่งครั้ง..ไม่มีสัญญาณตอบรับ
วันนี้ โทรหาอีกหนึ่งครั้ง..ผลก็เหมือนเดิม
ถึงตรงนี้…โอกาสโดนต้มสูงทีเดียวล่ะครับท่าน
แต่..ในแง่ความรู้สึกนั้นก็เป็นอย่างที่คิดไว้ คือ
ยังรู้สึกดีกว่า ไม่ช่วยแล้วมาพะวงว่า ถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ….
…….
ครั้งหนึ่ง.. ขณะที่กำลังจะขึ้นรถที่อาคารจอดรถ เสรีเซ็นเตอร์
ผู้หญิง ร่างผอมแห้งจนน่ากลัว เดินมาหาผม พร้อมกับเด็กผู้ชายอายุประมาณ 4-5 ขวบ
เธอเดินเข้ามาอ้อนวอนขอเงินสักไม่กี่สิบบาท
แต่ด้วยสภาพที่น่ากลัว และ ความคิดที่ว่า ไม่ควรจะให้เงินขอทาน
ผมขึ้นรถไป โดยไม่ได้พูดอะไร
….
หลายวันต่อมา..ผมอ่านเจอข่าวในนสพ.
หญิงจรจัดไม่มีข้าวกิน ขาดอาหารจนตายอยู่ข้างทาง
…..
ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นหรอกครับ
แต่ ข่าวนี้ทำให้ผมอดนึกถึงผู้หญิงร่างผอมแห้ง ที่อาคารจอดรถขึ้นมาไม่ได้
ความรู้สึกผิดเข้ามาทันที
ถ้าผู้หญิงคนนั้น เป็นอย่างหญิงจรจัดในข่าวล่ะ
เลยคิดเสมอว่า ถ้ามีครั้งต่อไป จะช่วยไว้ก่อน เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเอง
….
…..
สำหรับ กรณีสาวน้อยนิรนาม ที่ห้างเซ็นทรัล….
ถ้าให้ผมเลือกใหม่ ผมก็คงเลือกทางเดิม
แต่ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ คือ…
ต้องหาวิธีพิสูจน์อะไรได้บ้าง…ถึงแม้มันอาจจะช่วยจับพิรุธได้เพียงเล็กน้อย
เช่น
เรียนคณะอะไร….เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร…จะสอบวิชาอะไร
ถ้าผมพอรู้อยู่บ้าง ก็เข้าทาง
หรือ
ถามคำถามอะไรสองสามคำถาม เกี่ยวกับตัวเธอ แล้วขอเบอร์คนในโทรศัพท์ที่เธอคิดว่าสนิท
แล้วโทรไปถามด้วยคำถามเดียวกัน เช่น
ถ้าเป็นเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน ก็อาจจะถามว่า เทอมนี้เรียนวิชาอะไรบ้าง วัน/เวลาไหนที่เรียนวิชาเดียวกัน
ถ้าเป็นพี่น้อง ก็อาจจะถามเรื่องทั่วๆไป เช่น ชื่อจริง นามสกุลจริง , เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
หรือ
อาจจะขอถ่ายรูปเธอไว้ด้วยโทรศัพท์ผม ถ้าเธอไม่บริสุทธิ์ใจ ก็อาจจะไม่ยอมให้ถ่าย…
แม้อาจจะพิสูจน์ไม่ได้ว่า เธอจะไม่ต้ม แต่ก็น่าจะเชื่อได้ว่า เธอพูดจริงอยู่หลายส่วน
คราวนี้คิดไม่ทัน…คราวหน้าเจออีกจะทำแบบนี้แหละ
อืม….
ตรรกศาสตร์จากคณิตศาสตร์ ใช้ในชีวิตได้นี่หว่า